ตลาดชีวจิ (Shivaji) แถวถนนเอ็ม.จี. ปูเณ่


ตลาดชีวจิ (Shivaji) หรือบางทีเราก็เรียกว่าตลาดเอ็ม.จี.(M.G.) ตามชื่อถนนที่ตั้ง อยู่ในเขตพื้นที่ที่เรียกว่าแคมป์ ตรงข้ามกับโบสถ์เซนต์ซาเวียรส์ (St.Xaviers) ตลาดแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกในเมืองปูเณ่ เพราะตัวอาคารโบราณที่ตั้งของตลาดสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1885 (125 ปีมาแล้ว) โดย พลโท จอห์น รอสส์ (Lt. Gen John Ross) เป็นผลงานการก่อสร้างด้วยหินที่มั่นคงและยืนหยัดจนถึงปัจจุบัน

Viva ขั้นตอนสุดท้ายของว่าที่ด๊อกเตอร์


กว่าจะจบเป็นด๊อกเตอร์กับเขาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างแน่นอน มีหลายขั้นตอน และใช้ระยะเวลาในการรอคอยที่เนิ่นนาน นับแต่วันที่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษาจนกระทั่งจบการศึกษาในระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ที่นี่เขาเรียกนักศึกษาระดับปริญญาเอกว่า Ph.D. Researchers หรือ Ph.D. Scholars แต่เรียกเป็นนักศึกษา ป.เอก ก็คงพอได้ แม้ว่าหลักสูตรปริญญาเอกในหลายๆ ที่ไม่มีการเข้าชั้นเรียน แต่ก็มีอีกหลายๆ ที่ต้องเรียนวิชาบางอย่างเพิ่มเติม แม้แต่ที่เดคกันคอลเลจในปัจจุบัน นักศึกษาป.เอกต้องลงทะเบียนเรียนบางรายวิชาด้วย


บันดห์ (Bandh) วัฒนธรรมการประท้วงแบบอินเดีย


เหตุการประท้วงใหญ่ของคนทั้งประเทศที่เรียกว่า บันดห์ (Bandh) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำเอาพวกเราอึ้งไปเหมือนกัน เพราะไม่เคยพบเห็นวัฒนธรรมการประท้วงแบบนี้ที่บ้านเรา ด้วยความนึกไม่ถึงว่าเขาจะเอาจริงเอาจังร่วมด้วยช่วยกันได้ทั้งประเทศอย่างนี้ อะเมซซิ่งจริงๆ

ทราบหรือไม่ – ทำไมอินเดียถอนตัวจากการแข่งขันฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 1950?



ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 4 ในปี ค.ศ. 1950 ที่ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพ มีความสำคัญและน่าสนใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสถิติการเข้าชมฟุตบอลต่อหนึ่งนัดที่สูงสุดเกือบสองแสนคน อีกทั้งประธานสหพันธ์ฟุตบอลโลก (FIFA) ถึงกับต้องเก็บถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกไว้ในกล่องรองเท้าใต้เตียงนอน เพราะกลัวสูญหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนเหลือรอดและนำมาใช้เป็นถ้วยรางวัลในการแข่งขันเวิล์ดคัพครั้งนั้น


ความหลากหลายของป้ายทะเบียนรถ (Number Plate) ในอินเดีย


พวกเราเคยชินแต่กับป้ายทะเบียนรถแบบมาตรฐานที่ออกให้โดยกรมการขนส่งในบ้านเรา ที่เป็นแบบเดียวกันทั่วทั้งประเทศ พอมาเจอที่อินเดีย งงเป๊ก! มีสารพัดรูปแบบละลานตา และสารพัดขนาด เพราะทางขนส่งที่อินเดียคงไม่สามารถรับผิดชอบทำให้กับพลเมืองจำนวนมากขนาดนี้ได้

อักชาร์ดัม (Akshardham) อลังการวัดฮินดูในนครเดลี


อักชาร์ดัม (Akshardham) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เดลีอักชาร์ดัม (Delhi Akshardham) หรือ สวามีนารายันอักชาร์ดัม (Swaminarayan Akshardham) ในภาษาไทยบ้างก็เรียกว่า อักษราธรรม ได้ชื่อว่าเป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับรองโดยกินเนสส์บุ๊คเมื่อปี ค.ศ. 2007 แม้จะเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ก็สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการตามรูปแบบโบราณของอินเดีย โดยใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมที่ใช้หินทรายในการก่อสร้าง ไม่ใช้โครงสร้างโลหะแต่อย่างใด

พิธีทุบมะพร้ว (Coconut Breaking)


มะพร้าว หรือ coconut ในภาษาอังกฤษ และภาษาสันสกฤตเรียกว่า Sriphala ซึ่งหมายถึง ผลไม้แห่งพระเจ้า ดังนั้นเราจึงเห็นชาวอินเดียนิยมถวายมะพร้าวเป็นลูกๆ เพื่อเป็นของบูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู นอกจากนั้นมะพร้าวยังมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมต่างๆ ของทุกศาสนาไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ฉลองรถใหม่ สร้างสะพานใหม่ เปิดตัวหนังเรื่องใหม่ พิธีเปิดประชุมสัมมนาต่ีางๆ เป็นต้น

อินเดียคิดค้นระเบิดมือจากพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก


กองทัพอินเดียเพิ่งประกาศใช้อาวุธใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาในคลังสรรพาวุธ นั่นคือ ระเบิดพริก (chili grenades) ซึ่งทำมาจากพริกที่เผ็ดและร้อนแรงที่สุดในโลก คือ พริกบุตโจโลเกีย (bhut jolokia) ซึ่งเป็นพริกพื้นเมืองของรัฐอัสสัม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้วว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก ตามสถิติของบันทึกโลกกินเนสบุ๊คประจำปี 2007



พริกบุตโจโลเกียซึ่งนำมาใช้ทำระเบิดนี้มีความเผ็ดร้อนมากกว่าพริกทั่วไปที่ใช้ปรุงอาหารถึง 1000 เท่า ซึ่งความร้อนแรงนี้ทำให้เกิดแรงระเบิดขึ้นได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของอินเดียจึงได้นำมาพัฒนาเป็นระเบิดมือนี้ขึ้น โดยรับรองว่าเป็นอาวุธที่ไม่มีสารพิษประกอบ เมื่อขว้างระเบิดมือนี้ไปยังเป้าหมาย ด้วยฝุ่นผงที่เผ็ดร้อนจะทำให้มองไม่เห็นหลายชั่วโมง พร้อมทั้งมีปัญหาหายใจไม่ออก ซึ่งความฉุนของพริกชนิดนี้จะทำให้ผู้ก่อการร้ายหายใจไม่ออกและบีบบังคับให้ออกมาจากที่ซ่อนได้

แหม ! อินเดียเขามีของดีน่าทึ่งแบบนี้เยอะน่าดูเหมือนกัน แถมนักวิจัยของอินเดียเขายังคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ จากพริกที่เผ็ดร้อนที่สุดในโลกนี้อีกหลายรายการ เช่น อาวุธที่ใช้ป้องกันตัวของสตรี เป็นต้น ไอเดียเจ๋งดี ! ประเทศไทยเราน่าขอยืมเขามาใช้บ้างนะนี่

Information and picture courtesy :




เชื่อหรือไม่ พริกกับมะนาวช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้


อยู่อินเดียสิ่งที่เห็นได้บ่อยๆ ก็คือ พวงพริกและมะนาวที่ร้อยรวมกัน และแขวนไว้ตามท้ายรถต่างๆ รวมทั้งห้อยแขวนไว้ที่บ้านด้วย พวกเราก็ดูกันขำๆ แปลกดี โดยที่ไม่ทราบความหมาย แต่การใช้พืชผักทั้งสองสิ่งรวมกันนี้ชาวอินเดียนเขาเชื่อว่าจะช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้

บุตโจโลเกีย (bhut jolokia) พริกปีศาจที่เผ็ดที่สุดในโลก


พริกบุตโจโลเกีย (bhut jolokia) เรียกกันในชื่อท้องถิ่นหลากหลายชื่อ ที่รู้จักกันทั่วไปคือ นากาโจโลเกีย (naga jolokia) บ้างก็เรียก บิห์โจโลเกีย (Bih Jolokio) ที่หมายถึง พริกปีศาจ (ghost chili) มีถิ่นกำเนิดในรัฐอัสสัม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก เพราะจำนวนเพียงน้อยนิดของพริกชนิดนี้ก็ปรุงแต่งรสชาติที่เผ็ดร้อนเข้มข้นจนน้ำหูน้ำตาไหลพลั๊กๆ กันทีเดียว